NOVEL READER
อย่าบอกพวกเขาว่านายมองเห็นแล้ว

Don't Tell Them You Can See

บทที่ 14 — คนที่รออยู่

แม่ไม่เคาะอีก

ผมรอจนแน่ใจว่าไม่มีเสียงจากหน้าห้อง ก่อนค่อย ๆ เลื่อนเก้าอี้ที่ขัดประตูออกช้า ๆ ทุกครั้งที่ขาเก้าอี้เสียดสีพื้น ผมสะดุ้งเหมือนเสียงนั้นดังถึงชั้นล่าง

ผมเปิดประตูเพียงแง้มหนึ่ง

ถ้วยน้ำตั้งอยู่บนถาดเล็กจริง ๆ ข้างกันมีจานผลไม้หั่นชิ้นพอดีคำ มะม่วงที่ผมชอบถูกปอกเปลือกหมด ไม่มีเส้นใยติดอยู่สักเส้น

มันเป็นสิ่งที่แม่ทำให้ผมประจำตอนเด็ก

ความทรงจำนี้ไม่ควรทำให้หวาดกลัว แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนคนในบ้านกำลังรื้อค้นสิ่งเล็กที่สุดในชีวิตผม แล้วนำมาจัดเรียงอย่างระมัดระวังเพื่อให้เชื่อใจ

ผมก้าวออกจากห้อง

ในโถงไม่มีใคร ไฟตรงหัวบันไดเปิดไว้ ด้านล่างได้ยินเสียงโทรทัศน์เบา ๆ พ่อกับแม่อาจนั่งดูข่าวอยู่บนโซฟาเหมือนทุกคืน

ผมควรปิดประตูแล้วกลับไปซ่อน

แต่ข้อความบอกว่าทุกอย่างจะจบก่อนสองทุ่ม

ผมเดินผ่านภาพถ่ายบนผนัง ก่อนหยุดมองภาพหนึ่งที่เห็นไม่ชัดตั้งแต่เช้า ในกรอบมีเด็กชายยืนกลางทุ่งหญ้า มือสองข้างถูกผู้ใหญ่จับไว้ คนที่ยืนข้างซ้ายและขวายิ้มกว้าง

ผมโน้มเข้าไปดู

เด็กชายในภาพเป็นผม

แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองมีใบหน้าเหมือนคนที่กำลังอยู่ในบ้านชั้นล่าง

ผมรู้สึกเย็นไปทั้งกระดูก

ภาพนี้ถ่ายก่อนอุบัติเหตุสามเดือน

ผมรู้เพราะมุมกรอบมีวันที่กำกับไว้

แล้วเหตุใดผมจึงไม่จำใบหน้าพวกเขา

ผมยื่นนิ้วแตะกระจก ภาพสะท้อนของตัวเองทาบบนเด็กในภาพชั่วขณะ

ทันใดนั้นมีเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในหู

รอพ่อนะ

ผมรีบหันกลับ ไม่มีใครอยู่

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่ได้ยินจากบ้าน แต่เหมือนเสียงที่ดังขึ้นจากภายในศีรษะเอง

ผมค่อย ๆ เดินลงบันไดโดยจับราวไว้ตลอด ข้างล่างพ่อกับแม่กำลังนั่งหันหลัง ทั้งสองนั่งใกล้กันมากจนไหล่เกือบชนกัน ทีวีฉายภาพข่าวที่ไม่มีเสียงประกาศ ทั้งที่ผมได้ยินเสียงพูดเมื่อครู่

ก่อนผมจะทันเอ่ยเรียก แม่พูดขึ้น

“เขาลงมาแล้ว”

พ่อปิดโทรทัศน์ทันที

บ้านเงียบสนิท

“เสี่ยวหลิน” แม่หันมาหา “ดีแล้วลูก แม่เป็นห่วง”

ผมมองหน้าทั้งคู่เต็มตาเป็นครั้งแรกโดยไม่ได้แกล้งเสมอง

ใบหน้าของพวกเขาแปลกหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในสีหน้าแต่ละอย่างกลับมีความคุ้นเคยที่ทำให้ผมเจ็บปวด แม่ยกคิ้วข้างหนึ่งเมื่อห่วง พ่อเม้มริมฝีปากก่อนพูดเรื่องจริงจัง ท่าทางเหล่านั้นผมจำได้

“พ่อครับ”

“ว่าไง”

ผมพยายามถามว่า พ่อเป็นใคร แต่สิ่งที่หลุดออกมากลับเป็นคำถามอีกอย่าง

“พ่อเคยบอกผมว่าจะกลับมารับหรือเปล่า”

ชายคนนั้นชะงัก

แม่หันไปมองเขาอย่างรวดเร็ว

“กลับมารับจากไหนลูก” พ่อถาม

ผมไม่รู้จะตอบ

เพราะตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าหมายถึงที่ไหน

ภาพบางอย่างแทรกเข้ามาในหัว เป็นพื้นไม้ใกล้ใบหน้ามาก ๆ ขอบผ้าปูที่นอนอยู่เหนือศีรษะ และมีรองเท้าหนังคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงประตู

ผมรู้สึกเหมือนอากาศในปอดหายไป

“ลูกไม่สบาย” แม่พูด “ไปนั่งก่อนนะ”

เธอลุกแล้วเดินเข้ามา ผมถอยทันที

แม่หยุด ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากยิ้มเป็นเศร้าอย่างรวดเร็ว

“เสี่ยวหลิน”

“อย่าเข้ามา” ผมกระซิบ

“แม่ทำอะไรผิด”

ผมไม่ตอบ

“มองแม่สิ” เธอพูด “ลูกมองแม่ได้ใช่ไหม”

ความกลัวแล่นขึ้นจากท้องจนถึงลำคอ

ผมเงยหน้ามองเธอ

ครั้งนี้ไม่ได้หลบ

ดวงตาขาวโพลนขอบเล็ก ๆ ล้อมตาดำเหมือนปลายเข็ม รอยยิ้มสีแดงที่ไม่เข้ากับน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่มีอะไรในใบหน้านั้นเป็นแม่จริง ๆ ของผม

แต่เธอกำลังร้องไห้

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามข้างแก้ม เธอไม่ปาดมันออก

“ถ้าลูกมองเห็นแล้ว” เธอพูด “ทำไมถึงไม่บอกแม่”

ผมอยากตะโกนว่าเพราะเธอไม่ใช่แม่

แต่คำพูดไม่ออกมา

ผมวิ่งกลับขึ้นบันได

ได้ยินพ่อเรียกตามหลัง “เสี่ยวหลิน!”

คำเรียกนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงอีกเสียงหนึ่งในหัวอย่างรวดเร็ว

เสียงผู้ชายหอบเหนื่อย เสียงกระซิบเร่งรีบ และคำสัญญาที่ผมจำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร

อยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพ่อกลับมารับ

เมื่อถึงชั้นสอง ผมเกือบล้มเพราะขาอ่อนแรง

นาฬิกาบนผนังบอกเวลา 19.46 น.

---

เลือกตอนที่ต้องการอ่าน

ทั้งหมด 19 ตอน

ตอนที่ 1บทที่ 1 — แสงที่กลับมาตอนที่ 2บทที่ 2 — คนที่เรียกตัวเองว่าแม่ตอนที่ 3บทที่ 3 — เสียงของพ่อตอนที่ 4บทที่ 4 — หลังประตูบานนั้นตอนที่ 5บทที่ 5 — สายจากปลายทางตอนที่ 6บทที่ 6 — เงียบเกินไปตอนที่ 7บทที่ 7 — บ้านอีกหลังตอนที่ 8บทที่ 8 — ระยะห่างของหนึ่งก้าวตอนที่ 9บทที่ 9 — โต๊ะอาหารตอนที่ 10บทที่ 10 — กลิ่นจากห้องครัวตอนที่ 11บทที่ 11 — เรื่องเล่าเก่า ๆตอนที่ 12บทที่ 12 — รอยหมึกตอนที่ 13บทที่ 13 — เวลาใกล้เข้ามาตอนที่ 14บทที่ 14 — คนที่รออยู่ตอนที่ 15บทที่ 15 — ใต้เตียงตอนที่ 16บทที่ 16 — มือที่ยื่นมาตอนที่ 17บทที่ 17 — ใบหน้าเดิมตอนที่ 18บทที่ 18 — อีกฟากของประตูตอนที่ 19บทที่ 19 — อาหารที่ยังอุ่นอยู่