บทที่ 16 — มือที่ยื่นมา
ความเงียบหลังเสียงสุดท้ายยาวนานเกินกว่าจะนับ
ผมไม่รู้ว่าเวลาภายในภาพความทรงจำเดินไปอย่างไร แสงที่ลอดหน้าต่างเปลี่ยนช้า ๆ จากสีดำเป็นเทา เด็กใต้เตียงยังอยู่ที่เดิม บางครั้งเขาหลับไปไม่กี่นาทีแล้วสะดุ้งตื่น ทุกครั้งที่มีเสียงลมกระทบหน้าต่าง เขารีบหันไปดูว่าพ่อกลับมาหรือยัง
ผมนั่งอยู่ข้างเตียง
ตอนแรกผมพยายามพูดกับเขา
“ไม่ต้องรอแล้ว”
เด็กไม่ได้ยิน
“พ่อจะไม่กลับมาแล้ว”
คำพูดติดอยู่ในลำคอของผมเอง
ผมลองเอื้อมมือเข้าไป แต่ปลายนิ้วผ่านผ้าปูที่นอนเหมือนผ่านควัน ผมถอยมานั่งกอดเข่า รู้สึกไร้ประโยชน์เหมือนเด็กคนนั้นทุกประการ
ความคิดเก่าผุดขึ้นมาอีก
ถ้าเราช่วยพ่อได้
ผมมองมือเล็ก ๆ ที่กำผ้าห่มจนเป็นรอยยับ
ถ้าเรากล้าออกไป
แต่ตอนนี้ผมอยู่ใกล้มากพอจะเห็นขอบเล็บที่เด็กกัดจนสั้น เห็นแก้มเปื้อนน้ำตา และได้ยินเสียงฟันกระทบกันเบา ๆ เวลาที่เขาหนาว
ผมลองนึกภาพเด็กคนอื่นอยู่ในสภาพนี้
เด็กอายุสิบสองที่ไม่รู้ว่าแม่เป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าคนร้ายยังอยู่ในบ้านไหม และได้รับคำสั่งจากพ่อให้ซ่อนตัว
ผมจะบอกเด็กคนนั้นให้วิ่งออกไปสู้กับฆาตกรจริงหรือ
ผมตอบไม่ได้
เพราะคำตอบที่แท้จริงชัดเจนเกินไป
ผมไม่เคยเรียกร้องความกล้าบ้าบิ่นเช่นนั้นจากเด็กคนไหนเลย
มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ผมไม่ยอมปล่อยผ่าน
“ขอโทษ” ผมกระซิบ
ไม่รู้ว่าพูดกับพ่อ กับแม่ หรือกับเด็กใต้เตียง
เด็กขยับเล็กน้อย
ผมเงยหน้ามอง
เขายื่นมือออกมาจากชายผ้าเหมือนกำลังคลำหาอะไร
ผมยื่นมือไปโดยไม่ทันคิด
คราวนี้ปลายนิ้วแตะกัน
มันไม่ใช่สัมผัสของสิ่งเหนือธรรมชาติ ไม่ได้มีแสงสว่างหรือเสียงประหลาด ไม่มีอะไรแตกสลาย
เป็นเพียงมือเล็ก ๆ เย็นจัดที่กำมือผมไว้
เด็กเงยหน้า
ดวงตาเขาแดงจนดูเหมือนจะเปิดไม่ขึ้น
“พ่อจะกลับมาไหม”
คำถามทำให้ผมพูดไม่ออก
ผมเคยอยากได้คำตอบที่แน่นอนมาตลอดชีวิต อยากได้ใครสักคนบอกว่าวันนั้นถ้าผมทำอีกอย่างพ่อจะไม่ตาย อยากให้ความผิดทุกอย่างมีเหตุผลเรียบง่ายพอจะย้อนกลับไปแก้ไขได้
แต่ไม่มีใครให้คำตอบแบบนั้นได้
“พ่ออยากกลับมา” ผมพูดในที่สุด
เด็กมองผมไม่กะพริบ
“พ่ออยากมารับเธอ”
“แล้วทำไมพ่อไม่มา”
ผมกลืนน้ำลาย ความเจ็บปวดที่เก็บไว้นานสิบสี่ปีแล่นขึ้นมาจนหายใจไม่สะดวก
“เพราะพ่อกลับมาไม่ได้”
เด็กเริ่มร้องไห้เงียบ ๆ
ผมอยากบอกให้หยุดร้อง แต่ไม่ได้พูด
ผมขยับเข้าไปใกล้พอจะนั่งพิงเตียงข้างเขา
“เธอไม่ต้องออกมาตอนนี้ก็ได้”
เด็กกำมือผมแน่นขึ้น
“ผมกลัว”
“ฉันรู้”
“ข้างนอกมีคนอยู่ไหม”
“ฉันไม่รู้”
เขามองผมอย่างผิดหวังเล็กน้อย แต่ความจริงคือผมไม่อยากโกหกเขาอีกแล้ว ไม่อยากบอกว่าทุกอย่างปลอดภัยถ้าผมไม่รู้จริง
“ฉันจะอยู่ตรงนี้” ผมพูด
คำพูดนี้ทำให้หัวใจผมกระตุกวาบ เพราะคล้ายคำสัญญาของพ่อ
ผมรีบพูดต่อก่อนจะเผลอให้สัญญาในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
“อยู่เป็นเพื่อน จนกว่าเธอจะพร้อม”
เวลาผ่านไปช้า ๆ
เด็กค่อย ๆ คลายมือ จากนั้นเลื่อนตัวไปใกล้ขอบเตียง เขาหยุดหลายครั้งเพื่อฟังเสียงข้างนอก ทุกครั้งผมเพียงนั่งรอ ไม่ดึง ไม่ผลัก ไม่เร่ง
เมื่อแสงเช้าส่องเข้ามาถึงขอบรองเท้าผม เด็กก็ยื่นศีรษะออกมา
“ผมจะออกไปดู”
ผมพยักหน้า
เขาคลานออกมาด้วยตัวเอง เข่าของชุดนอนเปื้อนฝุ่น มือยังสั่น แต่เขายืนขึ้นได้
เขาหันมามองผม
“พี่เป็นใคร”
ผมมองหน้าเขา ใบหน้าเดียวกับที่เคยเห็นในรูปถ่ายก่อนเกิดเหตุ ผมเคยเกลียดเด็กคนนี้อย่างไร้เหตุผล
“คนที่รู้ว่าเธอกลัวแค่ไหน” ผมตอบ
เด็กนิ่งไป แล้วเดินไปที่ประตู
ผมไม่ได้เดินนำ
เขาเป็นคนเปิดประตูเอง
ตอนที่บานไม้แง้มออก ผมได้ยินเสียงพ่อในความทรงจำอีกครั้ง
เดี๋ยวพ่อกลับมารับ
คราวนี้คำสัญญาไม่ได้ฟังเหมือนการทอดทิ้ง
มันฟังเหมือนคำพูดสุดท้ายของคนที่พยายามให้ลูกมีชีวิตอยู่